วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 2, 2026
BUSINESS

ดิไอคอน กรุ๊ป เผยแผนปี 2566 ชูสินค้าแบรนด์ BOOM เป็นเรือธง พร้อมขยายไลน์สินค้าเพิ่ม สร้างความหลากหลายให้กับผู้บริโภค บุกตลาดอาเซียน

 

บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทอีคอมเมิร์ส ( E-Commerce) ที่มียอดขายติดอันดับหนึ่งของประเทศไทย และในไตรมาส 4 ของปีนี้ ดิไอคอนฯ ยังคงเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยการวางระบบ Dropship Fulfillment ให้เจ้าของธุรกิจสั่งออเดอร์ โดยทางบริษัทจะจัดการแพ็กและจัดส่งสินค้าให้ถึงลูกค้าปลายทางแบบครบจบ ดิไอคอนฯ ยังตอกย้ำแผนการตลาด ปี 2566 พร้อมชูสินค้าแบรนด์ BOOM ที่มี 6 พระเอกซุปตาร์ เป้าหมายหลักบุกตลาดทั้งไทยและอาเซียน

 

วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร ผู้ก่อตั้งและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการตลาดของบริษัท ในไตรมาส 4 ปี 2565 ว่า บริษัทยังคงรุกตลาดผลิตภัณฑ์แบรนด์ BOOM เป็นหลัก โดยมี 6 พระเอกซุปตาร์ดัง คือ ป้อง-ณวัฒน์,บอย-ปกรณ์ , เวียร์-ศุกลวัฒน์, โดม-ปกรณ์ ลัม, กันต์-กันตถาวร และพีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร เป็นพรีเซนเตอร์ และได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนคลับของพรีเซนเตอร์ทั้ง 6 ท่านเป็นอย่างดี  เตรียมบุกตลาดทั้งไทยและอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ด้วยการขยายไลน์สินค้าจากเดิมที่มีอยู่ เพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับตัวแบรนด์มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในช่วงอายุ Gen Y X Z ที่มีกำลังซื้อและรักสุขภาพเพิ่มมากขึ้น หลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤติโรคโควิด 19

 

สำหรับผลิตภัณฑ์สินค้า แบรนด์ BOOM ที่จำหน่ายและได้รับความนิยม ได้แก่ คอลลาเจน Boom, กาแฟ Room, ยาสีฟัน Boom และBOOM D-Nax เพราะสินค้าดังกล่าวตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น และคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับคนรักและดูแลสุขภาพ  ส่วนสินค้าที่ทางบริษัทคาดว่าเตรียมจะแตกไลน์เพิ่ม เพื่อทำยอดขายในปี 2566 ซึ่งเป็นแผนการตลาดที่ทางบริษัทฯ ได้เตรียมไว้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โปรตีนเสริม สายสุขภาพตัวจริง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ให้กับกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบัน

 

วรัตน์พล ประธานกรรมการบริหาร ดิไอคอน กรุ๊ป ยังกล่าวด้วยว่า แผนการตลาดในปี 2566 ไม่ได้ขยายเพียงแค่ผลิตภัณฑ์สินค้า แบรนด์ BOOM เท่านั้น ทางบริษัทฯ เตรียมขยายในการสร้างแบรนด์สินค้าตัวอื่นเพิ่มขึ้น และยังคงใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นซุปตาร์ระดับท็อปเทนของเมืองไทยในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นช่องทางช่วยทำตลาดให้กับบรรดาตัวแทนจำหน่ายของบริษัทฯ นอกเหนือจากการยึดกลยุทธ์ 3 ดี คือ 1.สินดีค้า 2.ราคาดี และ 3.การตลาดดี อีกทั้งทางบริษัทยังใช้ช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ในการวางระบบ Dropship Fulfillment เพื่อตัวแทนไม่ต้องสต็อกสินค้า แต่สามารถจัดส่งผ่านการสั่งซื้อได้ทันทีอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบที่สร้างยอดขายให้บริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกวันนี้อีกด้วย

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ใช้งบการตลาด 20-30% จากยอดขายทั้งหมด ไม่นับรวมกิจกรรมการส่งเสริมการตลาดที่เรามอบให้กับตัวแทนจำหน่าย ปีที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายทะลุ 4,900 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าไว้ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทระดับ 10,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนตลาดในต่างประเทศ ที่ผลิตภัณฑ์สินค้าของบริษัทฯ เข้าไปจำหน่าย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่จะอยู่ในตลาดอาเซียน ได้แก่ สปป.ลาว, กัมพูชา และเมียนมาร์ ฯลฯ นอกจากนี้ ในปีหน้าบริษัทยังเตรียมรุกตลาดในกลุ่ม AEC ให้มากขึ้น จากนั้นจะขยายไปยังหลายประเทศทั่วโลกในอนาคตอันใกล้