วันจันทร์, มิถุนายน 17, 2024
BUSINESS

OCCURA กางแผนรุกตลาดแว่นสายตาค้าปลีก ก้าวสู่ปีที่ 30 ชู 3 กลยุทธ์ รับแนวโน้มตลาดโตต่อเนื่อง

 

นายธนัฐณ์ วิทย์ภิรมย์ ผู้บริหารร้านแว่นตาโอคูระ (OCCURA) กล่าวว่า วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่หลังจากโควิด-19 กระตุ้นความต้องการของตลาดแว่นสายตาค้าปลีกเติบโตเช่นเดียวกับภาพรวมปี 2565 ร้านแว่นตา OCCURA มีสัดส่วนการเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับการเติบโตของตลาดแว่นสายตา โดยแบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มบริการและจำหน่ายแว่นสายตา 85% แว่นกันแดดแฟชั่น 15% พร้อมมุ่งเดินหน้าด้วย 3 กลยุทธ์รุกตลาดขานรับทิศทางตลาดแว่นสายตาค้าปลีก ประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตคู่ขนานไปกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ

 

1. การ ยึด “ลูกค้า” เป็นศูนย์กลางให้บริการคำปรึกษา วิเคราะห์รูปแบบการใช้งานสายตาในชีวิตประจำวัน และไลฟ์สไตล์เป็นสำคัญ 2. การวางตำแหน่งแบรนด์เป็น “โซลูชั่น” ครบวงจรด้านปัญหาสายตา ให้บริการแบบมุ่งตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะเป็นรายบุคคล ผ่านการวิเคราะห์และตรวจวัดค่าสายตาแบบเชิงลึกด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสากล 3. การให้บริการด้วย “บุคลากร” ที่มีคุณภาพ โดยนักทัศนมาตร (หมอสายตา) ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจวัดและแก้ไขปัญหาสายตา จบการศึกษาหลักสูตรทัศนมาตรศาสตร์บัณฑิต Doctor of Optometry,O.D. ใบประกอบวิชาชีพ ในระดับมาตรฐานโดยกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้วิเคราะห์ค่าสายตาและให้คำปรึกษาอย่างเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการในการใช้งานของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน พร้อมช่างประกอบแว่นตา (Optician) ที่มีประสบการณ์ในการปรับกรอบแว่นตาให้เหมาะสมกับสรีระใบหน้าของแต่ละบุคคล

 

OCCURA มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด “แว่นตาและเลนส์เป็นสิ่งที่ออกแบบเฉพาะบุคคล “One size ไม่สามารถ fit all” จับกลุ่มลูกค้าครอบคลุมทุกเจเนอเรชั่นเน้นการเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ตั้งเป้าผลักดันยอดขายโตเพิ่ม 15% ในปี 2566 คาดว่ากลุ่มสัดส่วนลูกค้าแว่นกันแดด แว่นแฟชั่น อาจมีสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ด้วยอานิสงส์ของการเปิดประเทศกลับสู่วิถีชีวิตเดิม มีการออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน เข้าสังคม และไปท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความต้องการในการแต่งตัวให้สนุกและดูดี

 

นายธนัฐณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปัญหาสายตาและความต้องการของผู้บริโภคขยายตัวแยกเป็นเซกเมนต์ที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งแต่ละกลุ่มมีปัญหาทางสายตา และมีความต้องการต่างกัน โดย OCCURA แบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มวัยทำงาน ในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป พบว่ามีอาการสายตาสั้น และสายตาเอียง อาจมีสาเหตุเกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันในการเพ่งสายตาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน นอกจากนี้ การเพ่งหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการตาล้าหรือตาแห้งได้ในชั่วขณะเช่นกัน ซึ่งเป็นอาการที่สามารถเกิดได้ทุกช่วงวัย กลุ่มผู้ใหญ่ ในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป พบปัญหาเกี่ยวกับอาการสายตายาวตามวัยด้วยระบบเพ่งของการมองเห็นมีกำลังลดลง อาจเริ่มมองในระยะกลางและระยะใกล้ไม่ชัดเจนมากนัก และกลุ่มผู้สูงวัย ในอายุ 60 ปีขึ้นไป นอกเหนือจากปัญหาสายตายาว ที่ทำให้การมองในระยะกลาง และระยะใกล้ไม่ชัดเจน เช่น การอ่านหนังสือ หรือการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้ว อาจพบเจอปัญหาสุขภาพตาที่ทำให้มองระยะไกลไม่ชัด ทั้งนี้ ปัญหาอาการทางสายตาดังกล่าว กระตุ้นให้เกิดความต้องการในการใช้งานเลนส์และแว่นตาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยส่งผลให้ทิศทางตลาดแว่นสายตาค้าปลีกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในแวดวงตลาดแว่นสายตาประเทศไทยมากว่า 30 ปี จากธุรกิจครอบครัวกับแบรนด์แว่นตา Guilchy (กิลชี่) ด้วยรูปแบบโมเดลธุรกิจค้าส่งแบรนด์แว่นตาที่ดังมากในยุค 90 จนเปลี่ยนผ่านรีแบรนด์ก้าวมาเป็น OCCURA  รูปแบบโมเดลธุรกิจค้าปลีก เพื่อขานรับความต้องการของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยยังคงยึดจุดแข็งอย่างมั่นคงกับการเป็นศูนย์บริการแว่นตาและเลนส์เฉพาะบุคคลด้วยวิธีการตรวจวัดสายตาและสุขภาพดวงตา มุ่งเน้นในการตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อตาที่ช่วยในเรื่องของการมองเห็น มีการควบคุมระบบเพ่ง (Accommodation) ในระหว่างการตรวจวัดสายตาให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยไม่ไปกระตุ้นระบบเพ่งขณะมองไกล เพื่อให้ค่าสายตาที่ได้นั้นแม่นยำและเหมาะสมที่สุด หลังจากที่ได้ค่าสายตาที่แม่นยำ และเหมาะสมเฉพาะบุคคลแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนของการเลือกเลนส์ที่เหมาะกับค่าสายตาและการใช้งาน รวมทั้งการเลือกกรอบแว่นที่เหมาะกับเลนส์ และบุคลิกไลฟ์สไตล์แต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน เพื่อส่งมอบแว่นตาที่เสริมความมั่นใจให้ได้มองเห็นโลกมิติใหม่ในแบบที่อยากเห็น ด้วยความเชื่อที่ว่า “One Size ไม่สามารถ Fit All