วันเสาร์, พฤษภาคม 9, 2026
BUSINESS

มาคาเลียส เปิด 10 เทรนด์ท่องเที่ยวไทย ปี 2568

 

มาคาเลียส แหล่งรวม อี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย เผย 10 เทรนด์ท่องเที่ยวไทยปี 2568 เหล่าทราเวลเลอร์มองหาการท่องเที่ยวที่เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ยั่งยืน มีเอกลักษณ์ ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมนำเทคโนโลยีและการพัฒนาทรัพยากรในท้องถิ่นมาใช้เพื่อเพิ่มคุณค่าในการท่องเที่ยว

 

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส (MAKALIUS)  ประเทศไทย จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ แหล่งรวม อี-วอเชอร์ ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว กล่าวว่า “หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-18 ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ส่งผลให้เทรนด์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในปี 2568 ถือเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟื้นตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่ผ่านมา เทรนด์การท่องเที่ยวจึงมีการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของนักท่องเที่ยว

 

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2568 แบ่งออกเป็น 10 เทรนด์ ได้แก่

  • การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustainable Tourism) การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะได้รับความสนใจมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เช่น ที่พักแบบ Eco-friendly การลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง การสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น เช่น การซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่
  • การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นเทรนด์ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ ซึ่งหมายถึงการท่องเที่ยวคือการพักผ่อน โดยโรงแรมที่มีกิจกรรม หรือโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพ เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรือการดีท็อกซ์ร่างกาย จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
  • การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Travel) นักท่องเที่ยวต้องการ “ประสบการณ์” มากกว่าแค่การชมสถานที่ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการสอดแทรกกิจกรรม การเรียนรู้วัฒนธรรม การเข้าร่วมพิธีกรรมท้องถิ่นการผจญภัยในธรรมชาติ เช่น เดินป่า ปีนเขา หรือกิจกรรมล่องแก่ง และอื่นๆ เข้ามาอยู่ในแพคเกจท่องเที่ยว
  • เทคโนโลยีในการท่องเที่ยว (Smart Tourism) เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น Chatbot ในการให้ข้อมูลและแนะนำแผนการเดินทาง การจองและชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล การใช้ VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) เพื่อสร้างประสบการณ์จำลองก่อนเดินทาง
  • การท่องเที่ยวในเมืองรองและชุมชน (Secondary Cities & Community Tourism) จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร
  • การท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก (Small Group Travel) การเดินทางแบบกลุ่มเล็กหรือกลุ่มครอบครัวยังคงเป็นที่นิยม เนื่องจากคนให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการลดความแออัดในแหล่งท่องเที่ยว
  • การเดินทางเพื่อสร้างสมดุลชีวิต (Workation & Digital Nomads) จัดได้ว่าเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวระดับโลกที่มุ่งเน้นการทำงานและการพักผ่อนในเวลาเดียวกัน
  • การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Culinary Tourism) เป็นมุมมองของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทย เนื่องจากอาหารไทยยังคงเป็นจุดเด่น โดยรูปแบบทัวร์ชิมอาหารสตรีทฟู้ดและเข้าครัวทำอาหารไทยกับเชฟท้องถิ่นจะได้รับความนิยมสูงขึ้น
  • เทรนด์หรูหราแบบเรียบง่าย (Affordable Luxury) นักท่องเที่ยวจะมองหาประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกหรูหราในราคาที่เอื้อมถึง เช่น ที่พักระดับบูติกโฮเทล หรือ ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งในราคาไม่สูงเกินไป
  • สุดท้าย การเดินทางเพื่อเป้าหมายเฉพาะ (Purposeful Travel) การเดินทางที่มีเป้าหมายเฉพาะ เช่น การช่วยเหลือชุมชนผ่านโครงการจิตอาสา การร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม จะเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวของกลุ่มองค์กร ที่เริ่มมีสูงมากขึ้น

 

นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า “ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว จำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบรับความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการสร้างประสบการณ์ที่ยั่งยืนและมีเอกลักษณ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2568”