“เอพริล เบเกอรี่” ทุ่มงบ 200 ล้าน รีแบรนด์ครั้งใหญ่ พร้อมชูกลยุทธ์ ‘Masstige’ เดินหน้าสร้าง Brand Experience ตั้งเป้าเป็นไลฟ์สไตล์ เบเกอรี่
บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ เอพริล เบเกอรี่ ประกาศรีแบรนด์ครั้งสำคัญ พร้อมทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท พลิกโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ยกระดับภาพลักษณ์องค์กร และวางรากฐานสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาค หลังสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 200% ด้วยรายได้รวมกว่า 1,300 ล้านบาท ในปี 2568 ขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านร้านสะดวกซื้อกว่า 16,000 สาขาทั่วประเทศ และยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทสร้างรายได้แล้วกว่า 425 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางตลาดเบเกอรี่ไทยมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องอีก 30% และขยายส่วนแบ่งตลาดสู่ 4% ในปีนี้
นางกนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ April’s Bakery เปิดเผยว่าการปรับภาพลักษณ์ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเติบโตอย่างรวดเร็วขององค์กรในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จนภาพลักษณ์เดิมไม่สามารถสะท้อนขนาดธุรกิจ ศักยภาพขององค์กร และทิศทางการเติบโตในอนาคตได้อย่างชัดเจน จึงเป็นที่มาของการรีแบรนด์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงภาพลักษณ์ การรับรู้ของผู้บริโภค และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาของแบรนด์ แต่เกิดจากการเติบโตของธุรกิจ เราจึงต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในวันนี้ และรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยครอบคลุมทั้งภาพลักษณ์องค์กร โลโก้ และแนวคิด ‘The Blessing City’ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่กำลังก้าวจาก Local Brand สู่ Regional Brand อย่างเป็นระบบ โดยคาดหวังผลตอบแทนผ่านการเติบโตของมูลค่าแบรนด์ ความสามารถในการตั้งราคา การขยายธุรกิจในระดับที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต และสำหรับก้าวสำคัญในปีนี้ เราไม่ได้มองเพียงแค่การรักษามาตรฐานเดิม แต่เราตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีก 30% โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ขึ้นสู่ 4% ภายในสิ้นปี 2569″
การรีแบรนด์ครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่องค์กรมีความพร้อมรอบด้าน ทั้งความแข็งแรงของแบรนด์ โอกาสในการขยายตลาด และศักยภาพขององค์กร ทั้งด้านเครือข่ายการจัดจำหน่าย การพัฒนาสินค้า และทีมงานที่พร้อมรองรับการเติบโตในระยะถัดไป ปัจจุบัน เอพริลมีสินค้ากว่า 130 รายการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 15 รายการต่อเดือน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสม่ำเสมอและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“เดิมตลาดเบเกอรี่จะแข่งขันกันที่ผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ปัจจุบันจะแข่งกันที่ Brand Experience ด้วย จึงมองว่าถึงเวลาที่ต้องสร้างแบรนด์ให้เป็น Emotional Brand มากขึ้น และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ทัังหมด เพราะเราต้องการให้มอง เอพริล เบเกอรี่ เป็นไลฟ์สไตล์ เบเกอรี่ สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย สิ่งที่เราแตกต่างจากคุู่แข่ง อาทิ Product Variety ที่มีให้เลือกกว่า 40 เอสเคยู และเปลี่ยนไปทุกเทศกาล ความพรีเมียม แต่ราคาเข้าถึงได้ง่าย เป็นต้น”
สำหรับกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อน บริษัทวางจุดยืนแบรนด์ในกลุ่ม Masstige หรือสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเน้นยกระดับทั้งคุณภาพสินค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และประสบการณ์ของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “คุณภาพดี ราคาจับต้องได้” เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าที่สูงขึ้นในราคาเดิมหรือใกล้เคียงเดิม พร้อมตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเบเกอรี่กลุ่ม Masstige ในประเทศไทย ทางบริษัทฯไม่ได้แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันด้วยคุณภาพสินค้า ประสบการณ์ของผู้บริโภค และความสามารถในการเปลี่ยนกระแสความนิยมบนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นยอดขายจริงและการรีแบรนด์ครั้งนี้จะสร้างผลเชิงบวกใน 2 ระดับ คือ Consumer Level ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น และ Market Level ที่จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดเบเกอรี่ในกลุ่ม Masstige พร้อมผลักดันให้ เอพริล เบเกอรี่ ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดเบเกอรี่ ทั้งนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายและโมเดลหน้าร้านรูปแบบใหม่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกระดับ ทั้งในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ช่องทางออนไลน์ และการพัฒนาหน้าร้านเชิงประสบการณ์ (ร้านที่มีการอบสดหน้าร้าน) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในอนาคต พร้อมต่อยอดสู่กลุ่มผู้บริโภคต่างชาติและตลาดใหม่ ๆ ในระดับสากล
ปัจจุบัน เอพริล เบเกอรี่ ได้เริ่มทำตลาดใน 2 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี และไต้หวัน ในรูปแบบ OEM เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละตลาด ทั้งในด้านรสนิยม รูปแบบสินค้า และการตอบรับของตลาด พร้อมมองโอกาสในการเปิดหน้าร้านในต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม และก้าวจากการส่งออกสินค้า ไปสู่การสร้างแบรนด์ไทยที่มีตัวตนในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน โดยรายได้จากต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 10%
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการวางรากฐานองค์กรครั้งสำคัญ ทั้งในด้านธรรมาภิบาลองค์กร ระบบบริหารจัดการ กระบวนการทำงาน และวินัยทางการเงิน เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้แข็งแกร่ง รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในการระดมทุนและการเติบโตในตลาดทุนในระยะถัดไป
“บริษัทมีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนในอีกประมาณ 3 ปี หรือปี 2572 และถ้าทำ IPO จะต้องลงทุนสรา้งโรงงานใหม่ เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยมองไว้ประมาณ 20 ไร่ เป็นโรงงานขนาดใหญ่ เพราะการจัดการจะง่ายกว่า เพราะตอนนี้จะเป็นโรงงานขนาดเล็ก ปัจจุบันมี 9โรงงาน อยู่แถวสุขสวัสดิ์ และยังคงมองพื้นที่ไว้แถวเดิม โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2572 ไว้กว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งหลังจากปี 2569 เป็นต้นไปได้ตั้งเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 20-25%”
วันนี้ เอพริล เบเกอรี่ ไม่ได้กำลังเติบโตเพียงในเชิงธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับ คุณภาพของการเติบโตไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่รวมถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ การกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กร ที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจ คุณภาพ นวัตกรรม ความใส่ใจ และการแบ่งปัน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในมิติของธุรกิจและความสัมพันธ์กับผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ประมาณ 1,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 30% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท โดยมาจากร้านของเราเอง ที่ปัจจุบันเปิดดำเนินการอยู่ 40 สาขา คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 20% และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น 16,000 สาขา 80% โดยจะขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปีนี้จะมีสาขาเปิดให้ดำเนินการทั้งสิ้น 60 สาขา และจะเพิ่มเป็น 100 สาขาภายในปี 2572