วันพุธ, กุมภาพันธ์ 28, 2024
BUSINESS

แม็คโคร ทำกำไรไตรมาสแรก  2,050 ล้านบาท โตแข็งแกร่ง 18.3% เร่งต่อยอดธุรกิจ O2O สู่ผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจ

 

นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจ สายงานบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีการเติบโตในระดับที่ดี จากสถานการณ์การฟื้นตัวของภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยวของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร  โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท และมียอดขายเติบโต 106,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 51,400 ล้านบาท หรือ 93.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

ผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาสแรกนี้  เป็นผลมาจากการรวมกิจการกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2564 ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจแม็คโครประเทศไทย ทั้งการขยายสาขาใหม่ การเปิดแพลตฟอร์มตลาดค้าส่งออนไลน์ maknet สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อย

 

นอกจากนี้ ธุรกิจ แม็คโครต่างประเทศ ยังมีการเติบโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกัมพูชา อินเดีย และเมียนมาร์ รวมถึงธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มโรงแรมร้านอาหาร ที่ฟื้นตัวจากวิกฤตโรคโควิด-19 และภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนรายได้จากค่าเช่าและการให้บริการศูนย์การค้าของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก

 

นางเสาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานดังกล่าว ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยนับจากนี้บริษัทฯ มีแผนงานในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี สร้างโอกาสการเติบโตในตลาด O2O เพื่อขยายธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มค้าส่ง (แม็คโคร) และค้าปลีก (Lotus’s) โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในภูมิภาคเอเชีย

 

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกยังคงต้องเผชิญความท้าทายท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศและทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนราคาสินค้าและการดำเนินงาน แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ   ค่าครองชีพสูงที่อาจส่งผลต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อ รวมถึงกระแสการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่จะส่งผลกับทุกธุรกิจ