วันเสาร์, พฤษภาคม 9, 2026
HEALTH

เพราะทุกคนมีความเสี่ยงที่ไม่รู้ตัว! สาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้น ๆ ที่รู้ตัวก่อนเป็นเรื่องดี

 

เป็นที่รู้กันดีว่าปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและเกิดโรคระบาดแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้นจนกลายเป็นเทรนด์สุขภาพ เพราะไม่อยากเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ จนทำให้คนหันมาให้ความสนใจ Healthcare and Wellness อย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะโรคภัยเหล่านี้หากรู้ตัวก่อนก็สามารถป้องกันได้  และสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดันต้น ๆ

 

หนึ่งในโรคที่คนเสียชีวิตมากจนน่าตกใจ ก็คือ NCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติซ้ำ ๆ มาเป็นเวลานาน เช่นโรค โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคเบาหวาน ซึ่งก็อาจจะมาจากน้ำหนักตัวที่เยอะ การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง การสูบบุหรี่ การทานอาหารที่มีรสเค็มมาก ๆ และอาจจะเกิดจากพันธุกรรม หรือกรรมพันธุ์  ซึ่งบางทีปัจจัยเหล่านี้ ก็จะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ขึ้นในระยะเวลาที่แตกต่างกัน บางคนก็อาจจะเกิดจากปัจจัยหลายอย่างเป็นตัวเร่ง ทำให้เกิดอาการของโรคได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งบางทีปัจจัยเหล่านี้ก็จะมีผลต่อการเร่งให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน

 

นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา – คุณหมอแอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่า “บางคนใช้ชีวิตแบบมีปัจจัยที่เป็นตัวเร่งหลายอย่าง ก็จะเกิดโรค พบอาการของโรคเร็วขึ้น บางครั้งบางคนก็มาเจอตอนที่อายุมากแล้ว แน่นอนว่าต่อให้ร่างกายแข็งแรงแค่ไหน แต่พฤติกรรมในการดำรงชีวิตที่ปฏิบัติซ้ำ ๆ ก็จะมีความเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด ดังนั้น เราจึงต้องดูแลร่างกายตัวเองควบคู่กันไปด้วย”

 

“แม้จะเป็นคนที่อายุน้อย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ก็ยังจากไปก่อนวัยอันควร ก็เพราะว่ามีระดับไขมันในเลือดสูง มีประวัติครอบครัว มีโอกาสที่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้โดยไม่รู้ตัว ประวัติกรรมพันธุ์ต้องระมัดระวังให้ดี ๆ อาจเป็นสาเหตุของโรคหัวใจขาดเลือด เป็นเพราะไม่รู้ตัวมาก่อน การใช้ชีวิตจึงขาดการระมัดระวัง การดูแลเอาใจใส่ใจในสุขภาพ การควบคุมอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ”

 

การเกิดโรคหัวใจนั้น แม้ว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำ ก็สามารถเกิดโรคหัวใจได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ  มาจาก

 

  1. การสูบบุหรี่
  2. ไขมันในเลือดสูง
  3. ปัจจัยทางกรรมพันธุ์

 

ถ้าหากมีคนในครอบครัว มีประวัติกรรมพันธุ์ พ่อ แม่เคยเป็นโรคหัวใจ เคยต้องทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจ ตอนที่ยังอายุไม่เยอะมาก ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น ก็ต้องระมัดระวังตัวเองให้ดี โดยสามารถรีเช็คตัวเองได้จากอาการ

 

–       เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แม้ว่าจะออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ จากที่เคยออกกำลังกายได้สบาย ๆ ก็กลายเป็นต้องพักบ่อย ๆ  นั่นแปลว่าเริ่มมีสัญญาณเตือนมาแล้ว

–       และอาการเตือนที่รุนแรงขึ้นคือ อาการเจ็บหน้าอก นั่นแปลว่าเส้นเลือดหัวใจเริ่มมีอการตีบตัน จะเริ่มเจ็บที่บริเวณกลาง ๆ หน้าอก ร้าวไปจนถึงบริเวณไหล่ อาการเจ็บจะมีความสัมพันธ์กับการออกแรง ให้สงสัยได้เลยว่านี่เป็นอาการเริ่มต้นของเส้นเลือดหัวใจตีบ

–       สุดท้ายคืออาการเวียนหัว หน้ามืด จะเป็นลม ใจสั่น นี่คืออาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

เมื่อเรามีอาการใดอาการหนึ่งของทั้งสามอาการนี้ เราต้องรีบเช็คร่างกายดูว่า โรคหัวใจที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเรา กำลังแสดงอาการอยู่ไหม ต้องอย่าละเลย  การป้องกันที่สามารถทำได้ง่าย ๆ คือ การตรวจสุขภาพประจำปี คุณหมอแอร์แนะนำว่า “สำหรับคนทั่ว ๆ ไปที่สุขภาพโดยรวมดี เมื่ออายุสักประมาณ 35 ปี ก็ควรจะเริ่มตรวจสุขภาพแบบลงละเอียดได้แล้ว ตรวจเช็คสุขภาพให้ชัดเจน ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด ค่าไต ค่าตับ คลื่นหัวใจ การ X-Ray ปอดและหัวใจก็ควรทำ”

 

เมื่อมีคำถามเพิ่มเติมไปยังคุณหมอแอร์ว่า หากต้องการตรวจสุขภาพแบบถ้าไม่อยากเจาะเลือด สามารถทำได้ไหม ?  “ก็สามารถทำได้ ซึ่งก็แล้วแต่กลุ่มโรค ถ้าเป็นกลุ่มโรคหัวใจก็สามารถตรวจเช็คจากคลื่นหัวใจได้  หรือถ้ากลุ่มโรคหัวใจจำพวกผนังหัวใจหนาหรือ หัวใจโต สามารถตรวจเช็คได้โดยใช้คลื่นสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)

 

“หรือแม้แต่การ X- Ray คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจเช็คดูเส้นเลือด ดูหลอดเลือดหัวใจ ว่ามีไขมันสะสม เกาะอยู่ตามผนังเส้นเลือดขนาดไหน ก็เป็นวิธีที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องเจาะเลือด เช่นกัน” คุณหมอนักกีฬาไตรกีฬากล่าว

 

เมื่อเราตรวจสุขภาพร่างกายอยู่เป็นประจำแล้ว แม้ว่าจะพบโรคภัยที่ซ่อนอยู่ หรือไม่พบเลยก็ตาม การออกกำลังกายก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพให้ยืนยาว ไม่ควรละทิ้ง ซึ่งคุณหมอแอร์ก็ได้ให้คำแนะนำว่า “การออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพ และวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้อง คือการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับช่วงวัย”

 

–       วัยเด็ก ควรจะเป็นการเน้นความสนุกในการออกกำลังกาย ให้ความสำคัญกับทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย

 

–       วัยทำงาน ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายของแต่ละบุคคล ถ้าต้องการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดีให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิค หรือ Aerobic Exercise คือการออกกำลังกายแบบที่ต้องหายใจในขณะที่ออกกำลังกาย เพื่อให้ออกซิเจนไปช่วยในระบบเผาผ,ญในร่างกาย สามารถทำได้โดยการลองวิ่งไปพูดไป ที่เรียกว่า Talk Test ถ้าหากว่าขณะวิ่งยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ ก็เรียกได้เป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  แต่ถ้าเป็นกลุ่มนักกีฬาที่ต้องการพัฒนา ควรจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น เมื่อเราอายุเพิ่มมากขึ้น ภาวะมวลกล้ามเนื้อมักจะลดลง แต่ถ้าเราออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ เราก็จะมีสุขภาพร่างกายที่ดีแข็งแรง ทั้งร่างกาย กล้ามเนื้อและหัวใจ การออกกำลังแบบไตรกีฬา ได้ทุกส่วนของกล้ามเนื้อ

 

–     ผู้สูงอายุ ควรออกกำลังกายแบบ Aerobic Exercise และเพิ่ม Balance Exercise ด้วยการฝึกการทรงตัว เพราะผู้สูงอายุ มีโอกาสล้มง่าย ถ้าหากการทรงตัวของร่างกายไม่ดี เกิดอุบัติเหตุล้มลง ก็จะนำพาโรคภัยไข้เจ็บต่าง  ๆ เข้ามาทำให้ป่วยหนักมากขึ้น สุขภาพแย่ลง จากที่เคยเคลื่อนไหวร่างกายได้ด้วยตัวเองสบาย ๆ  กลับต้องมานั่งรถเข็น หรือนอนติดเดตียง ก็อาจส่งผลให้มีโรคอื่น ๆ แทรกซ้อนเพิ่มเติม เช่น กระดูกหัก กระดูเปราะ เพราะฉะนั้น เมื่อเราเริ่มอายุ 55 ปีขึ้นไป ควรต้อง  Exercise Balance เพิ่มเติมด้วย

 

“ในร่างกายของเราอาจมีโรคอะไรที่ซ่อนอยู่ ตรวจเช็คให้ดี มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ในชีวิต บางคนคิดว่าตัวเองเป็นนักกีฬาร่างกายแข็งแรง ละเลยการตรวจสุขภาพ ทำให้ไม่รู้ว่าร่างกายตัวเองเป็นอย่างไร เราไม่ควรเพิกเฉย โรคบางโรคหากเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ การตรวจเช็คร่างกายสามารถทำให้ทราบถึงสภาวะร่างกายของตัวเราเอง ว่ามีภาวะของโรคอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง มันสามารถบอกเราได้ มันสำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และทำให้เราดำรงชีวิตต่อไปได้ร่างราบรื่น ไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล” คุณหมอยอดนักกีฬากล่าวทิ้งท้าย

 

ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เทคโนโลยีการตรวจสุขภาพ หรือคัดกรองโรคก็ได้พัฒนาไปด้วยเช่นกัน ทำให้สามารถตรวจคัดกรองโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพยกระดับมากขึ้นด้วย NGS (Next-Generation Sequencing) เทคโนโลยีขั้นสูงล่าสุดจากเกาหลีใต้ มาตรฐานโลก College of American Pathologists (CAP) ภายใต้แบรนด์ “Genome  Health” ช่วยคัดกรองความเสี่ยงโรคจากพันธุกรรม DNA เฉพาะบุคคล เพื่อวิเคราะห์หาความผันแปรทางพันธุกรรม (มากกว่า 300+ SNVs) และวิเคราะห์แนวโน้มโอกาสที่จะเกิดโรคร้ายแรงเช่น โรคมะเร็ง, โรคหลอดเลือดและหัวใจ, โรคทางเดินอาหาร, โรคตา, โรคซึมเศร้า, โรคทางระบบเผาผลาญ, โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก, โรคระบบทางเดินหายใจ, โรคระบบประสาท และโรคร้ายอื่นๆรวมกันมากถึง 45 โรคได้แม่นยำถึง 99.99% เพื่อให้เจาะลึกสุขภาพเฉพาะบุคคลได้อย่างละเอียด ว่ามีความเสี่ยงจะเกิดโรคใดบ้าง จะได้วางแผนสุขภาพได้ก่อนการเกิดโรคร้าย และยังสามารถป้องกัน รักษาได้อย่างทันท่วงที

 

เลือกโปรแกรม Package Genome Healthให้เหมาะกับคุณ:

https://bit.ly/3fSNWkI

LAB :

 

ลักษณะผู้ที่มีความเสี่ยง : 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

https://whiteroom.ai/genome-health/