วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 8, 2026
BUSINESS

เอส โคล่า ทุ่มงบกว่า 150 ล้าน อัพเลเวลแบรนด์ครั้งใหญ่ ลุยสร้างความต่าง ส่งแคมเปญ “Born to be Awesome เกิดมาซ่า..กล้าเป็นตัวเอง” พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์กลุ่มใหม่ ท้าชนศึกน้ำดำรับหน้าร้อน 

 

เอส โคล่า จัดเต็มคาราเบล อัพเลเวลแบรนด์สุดยิ่งใหญ่ในรอบทศวรรษ เดินหน้าสร้างความแตกต่าง ปรับสูตร-ปรับโฉมใหม่ ส่งแคมเปญโดนใจ ชูคอนเซปต์ “Born to be Awesome เกิดมาซ่า..กล้าเป็นตัวเอง” ดึงไอคอนตัวแทนชาวเอเชีย นำทีมโดย “ชาอึนอู” “โบกี้ไลออน” “Yes Indeed” และ “3 สาวนักวอลเลย์บอลนิวเจน” รับหน้าที่พรีเซนเตอร์กลุ่มใหม่ พลิกแบรนด์ให้โดนใจ Gen Zest พร้อมขยายฐานลูกค้าในไทยและเอเชีย เดินหน้าแจกชิมความซ่าครั้งใหม่ของเอส โคล่า ทั่วประเทศ 1 ล้านกระป๋อง พร้อมเปิดให้คอนซูมเมอร์ได้ชิม และโหวตความ Awesome ของรสชาติใหม่ของเอส โคล่า (Awesome or Not) ตั้งเป้าเป็นน้ำอัดลมที่โดนใจคนเอเชียรุ่นใหม่

 

นางสาวสุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการสำนักการตลาด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด กล่าวว่า “การอัพเลเวลแบรนด์เอส โคล่า เป็นการขับเคลื่อนแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่  และครอบคลุมในทุกมิติการตลาดในรอบ 10 ปี พร้อมตั้งเป้าเป็นตัวแทนน้ำอัดลมสัญชาติเอเชียที่จะยืนสู้ศึกในตลาดน้ำอัดลมประเทศไทยมูลค่ากว่า 57,000 ล้านบาท แบบสมศักดิ์ศรี ด้วยการสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ผ่านการถอดบทเรียนความสำเร็จ ความท้าทาย และจับอินไซต์ของวัยรุ่นเอเชียที่ว่า ทุกคนมีความ Awesome อยู่ในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ขอแค่ได้แสดงออกในรูปแบบของตัวเอง และต้องการโอกาสให้ได้ทำตามแพชชันที่มี ภายใต้แคมเปญการสื่อสาร ‘Born to be Awesome เกิดมาซ่า..กล้าเป็นตัวเอง’”

 

เปิด 3 ความ Awesome ที่จะสร้างความแตกต่าง “Awesome Taste” “Awesome Look” “Awesome Campaign”

 

หลายปีที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่ชาวเอเชียที่มีความกล้าความสามารถได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทในเวทีระดับโลก รวมทั้งได้รับการยอมรับและความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะซอฟต์พาวเวอร์ด้านบันเทิง ดนตรี กีฬา แฟชั่น อาหาร ฯลฯ เอส โคล่า ซึ่งสนับสนุนความกล้าและความเป็นตัวเองของคนรุ่นใหม่ จึงสร้างสรรค์แคมเปญการสื่อสาร “Born to be Awesome เกิดมาซ่า..กล้าเป็นตัวเอง” สร้างความแตกต่างให้เอส โคล่า ด้วยการวางจุดยืนในฐานะเพื่อนของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Zest (Gen Z+est) โดยแบรนด์พร้อมสนับสนุนทุกแพชชันของคนรุ่นใหม่ ให้มีความกล้าในการแสดงออกถึงความ Awesome ในแบบของตัวเอง

 

  • ความ Awesome ที่ 1 Awesome Taste: เอส โคล่า สูตรใหม่ ที่ปรับมาจากคำแนะนำของผู้บริโภค ทางทีมพัฒนาสินค้าของเอส โคล่า ได้คัดเลือกเครื่องเทศ (Spice) หลักยอดนิยมของชาวเอเชีย ทั้งซินนามอน กานพลู และเมล็ดโคล่า ผสมผสานอย่างลงตัวจนได้รสชาติที่กลมกล่อม หอม อร่อย ซ่า สดชื่นขึ้น โดย เอส โคล่า เวอร์ชันล่าสุด ที่ผ่านการวิจัยผลิตภัณฑ์ด้านความพึงพอใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ร่วมกับบริษัท อิปซอสส์ ประเทศไทย ได้คะแนนความพึงพอใจในรสชาติสูงถึง 98% (วิจัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565)

 

  • ความ Awesome ที่ 2 Awesome Look: มาพร้อมโลโก้ดีไซน์ใหม่ที่ทั้งลายเส้นและสีสัน สะท้อนถึงความทันสมัย ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายของความโมเดิร์นสไตล์เอเชีย และมีการปรับใช้โลโก้เดียวกันทั้งน้ำโคล่าและน้ำสี มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบด้วยลายกราฟิกสปาร์คกลิ้งและสีสัน สะท้อนความเท่ ทันสมัย ซ่า สดชื่น ซึ่งเป็นความโดดเด่นของเอสได้อย่างลงตัวในทุกรสชาติ (เอส โคล่า เอส โคล่าชูการ์ฟรี เอสสตรอเบอร์รี เอสครีมโซดา เอสส้ม เอสซอลตี้ลิ้นจี่ เอสเกรปเบอร์รี เอสกามิกาเซ่ เอสพิงค์บอมบ์ และเอสเลมอนไลม์)

 

  • ความ Awesome ที่ 3 Awesome Campaign: ส่งแคมเปญโดนใจคน Gen Zest ขยายฐานลูกค้าทั้งไทยและเอเชีย ดึงไอดอลตัวแทนคนรุ่นใหม่ชาวเอเชียทั้งเกาหลี-ไทย ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในแต่ละวงการ นำทีมโดย “ชาอึนอู” สุดยอดความ Awesome ซูเปอร์สตาร์ระดับเอเชีย “โบกี้ไลออน” สุดยอดนักร้องหญิงแห่งปี เจ้าของเพลงฮิตทั่วประเทศ “Yes Indeed” สุดยอดวงดนตรีน้องใหม่ ที่สร้างปรากฏการณ์สยามแตก และ “3 สาวนักวอลเลย์บอลนิวเจน” สุดยอดนักกีฬาวอลเลย์บอลสายเลือดใหม่ ที่รวมพลังคนไทยทั่วประเทศร่วมเชียร์ รวมตัวกันเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์โฆษณาชุด “เอส โคล่า Born to be Awesome” เพื่อชวนคนรุ่นใหม่ Gen Zest ลิ้มรสความอร่อยซ่าของเอส โคล่า และกล้าเป็นตัวเอง

 

นอกจากนี้ ยังเปิดแคมเปญ Vote Awesome or not ให้ทั่วประเทศได้โหวตความอร่อย ซ่า Awesome ของเอส โคล่า สูตรใหม่ เพียง Scan QR Code บนบรรจุภัณฑ์เอสของทุกขนาด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นของคุณที่มีต่อรสชาติใหม่ของเอส โคล่า พร้อมแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์มากกว่า 1 ล้านกระป๋องทั่วประเทศ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น กิจกรรมโร้ดโชว์เจาะกลุ่มเจนซีในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย รวมทั้งจับมือช่องทางร้านอาหารพาร์ทเนอร์ เช่น Grab Food เป็นต้น สั่งอาหารรับฟรีทันที เอส โคล่า 1 กระป๋องเพื่อดื่มคู่กับมื้ออาหาร และยังมีแผนเปิด Awesome Stage ให้ Gen Zest ได้มาโชว์ความซ่าชวนกล้าเป็นตัวเองอีกด้วย

 

“อย่างไรก็ตาม ปีนี้ใช้งบการตลาดราว 150 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการใช้งบมากที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการอัพเลเวลของแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บรืโภคได้มากขึ้น เหมือนเป็นการรีเฟรชแบรนด์ และปรับโพสิชันนิ่งของแบรนด์ใหม่ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายของเรา คือ การเป็นแบรนด์โคล่าในใจของ Gen Z”

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากนีลเส็นไอคิว (มกราคม – ธันวาคม 2565) ตลาดน้ำอัดลมมีมูลค่า 57,000ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดน้ำดำ 70% และตลาดน้ำสี 30% มีการเติบโตเชิงปริมาณ 2% โดยมีโคคา-โคล่า เป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 51% ตามมาด้วยเป๊ปซี่ 37% เอส โคล่า 8% และบิ๊ก โคล่า 3% โดยเอส โคล่า มีการเติบโตที่ 9% ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตที่มากกว่าตลาด