จากกระเบื้องวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
สู่การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะประยุกต์และต้นแบบแพนโทนของชุดสีผลิตภัณฑ์
รศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล นักวิจัยหลักของโครงการฯ กล่าวว่า “วัดราชบพิธฯ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างมากทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไทย เป็นสถานที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของศิลปกรรมในช่วงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะส่วนสำคัญที่ทำให้วัดราชบพิธฯ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือการนำกระเบื้องหลากหลายสีสัน มาประยุกต์สร้างอาคารศาสนสถานของวัด โดยลายกระเบื้องนี้เป็นฝีมือออกแบบของพระอาจารย์แดงแห่งวัดหงส์รัตนาราม ซึ่งเขียนลายต้นแบบ และส่งไปผลิตที่ประเทศจีน แล้วส่งกลับใช้ในงานออกแบบผสมผสานรูปแบบศิลปกรรมภายในวัด
ด้วยเหตุนี้ เพื่อที่จะอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของกระเบื้อง และชุดสีกระเบื้องนี้ ทางผู้วิจัยจึงทำการศึกษาสีและลวดลายกระเบื้องเหล่านี้ และนำไปต่อยอดการจัดทำฐานข้อมูลสี จัดทำชุดโครงสี ในรูปแบบแพนโทนสี สำหรับใช้งานประเภทแฟชั่น สิ่งทอ สื่อสิ่งพิมพ์ และสีสำหรับอาคาร ซึ่งเป็นการเก็บบันทึก และต่อยอดชุดสีกระเบื้องให้เป็นประโยชน์สู่การใช้งานด้านอื่น เช่น งานหัตถกรรมของชุมชน ผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ อันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล รวมถึงอนุรักษ์และสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมต่อไปอย่างยั่งยืน”
หลังทำการศึกษากระเบื้องของวัดราชบพิธฯ คณะผู้วิจัยของ รศ.ดร.น้ำฝน ได้ทำการถอดชุดสีจากกระเบื้องวัดราชบพิธฯ เพื่อจัดทำชุดโครงสีและต้นแบบแพนโทนของวัดราชบพิธฯ ขึ้น โดยจะมีการนำชุดโครงสี และแพนโทนนี้ไปต่อยอดออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต่อไป ภายในงานมีการนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้จากชุดโครงสีมาจัดแสดงให้ชม อาทิ ผลิตภัณฑ์จานกระเบื้องที่ใช้สีจากกระเบื้องของวัดราชบพิธฯ ปลอกหมอนและผ้าพันคอจากชุดสีวัดราชบพิธฯ รวมไปถึงแพนโทนสีของกระเบื้องวัดราชบพิธฯ ที่แตกต่างออกไปจากแพนโทนสีทั่วไปที่ทุกท่านเคยเห็นกัน
“ทางคณะผู้วิจัยเล็งเห็นว่า ชุดสีหรือแพนโทนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการออกแบบและสร้างสรรค์งานศิลปะระดับสากลในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เราจึงได้จัดทำแพนโทนสีของวัดราชบพิธฯ ขึ้นมาใหม่ โดยถอดมาจากสีของกระเบื้องวัดราชบพิธฯ แต่ละสีจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างไปจากแพนโทนสากล หรือไทยโทน ซึ่งเป็นชุดสีของไทยที่มีแต่เดิม ครั้งนี้เราได้คิด และตั้งชื่อแพนโทนขึ้นมาใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นไทย และความเป็นวัดราชบพิธฯ เพื่อเป็นการเผยแพร่ และใช้ประโยชน์ในวงการศิลปะและการออกแบบต่อไป” รศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล กล่าวปิดท้าย