วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 23, 2024
ENTERTAINMENT

เอก-แพงเตรียมเฟ้นหาดีไซเนอร์ไทยเลือดใหม่ เผยเกณฑ์ตัดสินที่รันเวย์โลกต้องยอม กับรายการเรียลลิตี้เวอร์ชั่นไทยครั้งแรก รอติดตามช่อง JKN18 เร็วๆ นี้

 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรายการเรียลลิตี้ด้านแฟชั่นที่น่าลุ้นน่าเชียร์ สำหรับ Project Runway Thailand (โปรเจกต์ รันเวย์ ไทยแลนด์) โดย “คุณแอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ได้คว้าลิขสิทธิ์รายการมาผลิตและออกอากาศในเวอร์ชั่นไทยครั้งแรกทางช่องทีวีดิจิทัล JKN18 หวังดันดีไซน์เนอร์ไทยสู่รันเวย์ระดับโลก เตรียมลงจออีกไม่นานเกินรอ

 

โดยมี The Judge กรรมการสายแฟชั่นตัวจริงรุ่นใหม่ไฟแรง อย่าง “เอก ทองประเสริฐ” ดีไซเนอร์ชื่อดังเจ้าของรางวัลระดับโลกผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ek Thongprasert และ “แพง-ขวัญข้าว เศวตวิมล” ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า Kwankao มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฟ้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่แห่งวงการแฟชั่นไทย

 

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ 2 กรรมการให้มากขึ้น รวมถึงเผยเกณฑ์การตัดสิน “คงตัวตน ทันเทรนด์โลก และมีแพชชั่นเชื่อว่าแฟชั่นเป็นสิ่งมีชีวิต”

 

เข้ามาร่วมกับรายการครั้งแรกของไทยรู้สึกอย่างไร ?

 

เอก ทองประเสริฐ : รู้สึกว่าหลัง ๆ มานี้ แฟชั่นเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ มันไม่ได้มีมิติความงามแค่มิติเดียวอีกต่อไป มันมีความหลากหลายของกลุ่มคนมากขึ้น มีความงามสำหรับกลุ่มคนที่หลากหลายแบบมากขึ้น ต้องเข้าใจว่าผู้เข้าประกวดต้องการสื่อสารอะไร ที่สำคัญเราต้องไม่ได้ใช้เกณฑ์ส่วนตัวของเราในการตัดสิน ฉะนั้นการตัดสินจะรู้สึกว่าเราต้องทันเทรนด์และจะต้องตัดสินสิ่งที่เห็นตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา ความท้าทายมันอยู่ตรงนี้แหละ

 

เตรียมตัวอย่างไร ? ในการที่จะมองหาผู้เข้าแข่งขัน

 

แพงขวัญข้าว เศวตวิมล : ถ้าเราเลือกก็ต้องเลือกคนที่เขาอินกับแพชชั่นของตัวเอง เขามีความเป็นตัวตนของตัวเองชัดเจน เพราะแพงมองว่าไม่ว่าจะเป็นงานประเภทไหนที่จะออกมาได้สวยงามเพอร์เฟ็ค จะต้องมีตัวตนมีความเป็นตัวเองมาก่อน แล้วค่อยเสริมหรือเพิ่มหรือลดตัดทอนในสิ่งนั้นให้มันสวยมีสไตล์ เปรียบได้กับการเจียระไนเพชรประมาณนั้นค่ะ

 

sense of fashion คืออะไร ?

 

เอก ทองประเสริฐ  : มันเหมือนทัศนคติของดีไซเนอร์ แต่ละคนที่เข้าใจแฟชั่น ณ ขณะนั้น ซึ่งมันต้องเป็นปัจจุบัน เราอาจจะไม่ได้ใช้ความรู้ความเข้าใจทางแฟชั่นอีก 10 หรือ 20 ปี เพราะว่าแฟชั่นเป็นสิ่งที่มีชีวิต  มันเคลื่อนไหวตลอดเวลามันจำเป็นต้องสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวทางสังคมในปัจจุบัน สิ่งมีชีวิต มันจะต้องมีชีวิต จะต้องเห็น และสัมผัสได้ว่ายังมีตัวตนอยู่ เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าจริง ๆ แล้ว ผู้เข้าแข่งขันเข้าใจหรือเปล่า แฟชั่นทำช้าไปก็ไม่ได้ ทำเร็วไปก็ไม่ได้

 

ความรู้ ความเข้าใจทางแฟชั่นของคุณแพง ?

 

แพงขวัญข้าว เศวตวิมล : มุมมองมันเปลี่ยนไปทุก ๆ ปี เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก และทุกคนอยู่ในโซเชียลกันหมดในการอัปเดตทุกอย่าง แพงว่าต้องมีความตื่นตัวมากขึ้น สมมติ 4 ปีที่แล้วเรายังไม่ตื่นตัวขนาดนี้เลย ทุกวันนี้เรามาส่องในโซเชียลกันหมด เพียงแค่ 1 ปี มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก แพงว่าอย่างน้อยที่สุด เราต้องเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นในการดูเทรนด์ตลอดว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่ลืมความเป็นตัวตนที่แพงเน้นตลอด เพราะความเป็นตัวเองที่จะใส่เข้าไป ผสานกับเทรนด์โลกให้พอดิบพอดี คือต้องดูเทรนด์โลกว่าเขาไปถึงไหนแล้ว

 

ทุกสิ่งทุกอย่างคือต้องรู้สึกว่ามีชีวิต เราจับต้องได้ เป็นเทรนด์ที่เราตามเขาทัน แต่เราไม่ได้สูญเสียความเป็นตัวเอง และในขณะเดียวกันเรามีความกระตือรือร้นบุคลิกลักษณะนิสัยทุกสิ่งทุกอย่าง มันคือ การส่งเสริมให้ทุกคนนั้นไปสู่เวทีระดับโลกได้ ทำงานเป็นและต้องย้ำเลยว่า ดีไซเนอร์ไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก

 

เมื่อได้ยิน The Judge ทั้ง 2 ท่านให้สัมภาษณ์แบบนี้แล้ว มาลุ้นกันว่าใครจะเป็นดีไซเนอร์ไทยเลือดใหม่ของวงการแฟชั่น มาร่วมเฟ้นหาไปพร้อมกันกับรายการ Project Runway Thailand (โปรเจกต์ รันเวย์ ไทยแลนด์) ได้เร็ว ๆ นี้ สามารถติดตามข่าวความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : Project Runway Thailand หรือ สามารถติดตามรายการต่าง ๆ ได้ที่ช่อง JKN หมายเลข 18 และทุกแพลตฟอร์ม

 

นอกจากในสหรัฐอเมริกา รายการ “โปรเจกต์ รันเวย์” ยังได้รับการถ่ายทอดลิขสิทธิ์ไปผลิตในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา ออสเตรเลีย อิตาลี เกาหลีใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ การที่บริษัท เจเคเอ็น  โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) รับลิขสิทธิ์รายการเรียลลิตี้โชว์ระดับโลกด้านแฟชั่น อย่าง “โปรเจกต์ รันเวย์” มาผลิตและเผยแพร่ในประเทศไทยนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้กับเหล่าแฟชั่นดีไซเนอร์ของไทยได้มีพื้นที่โชว์ความสามารถและก้าวไกลไปถึงระดับโลก นอกจากนั้นการนำ โปรเจกต์ รันเวย์ เข้ามาที่ไทย ไม่เพียงแต่เพื่ออุตสาหกรรมแฟชั่นและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์แก่เยาวชนและแวดวงการศึกษาของไทยในการเปิดโลกทัศน์ ค้นหา และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การทำงานภายใต้เงื่อนไขและกรอบเวลาที่จำกัด รวมถึงความกดดันอื่น ๆ รายการนี้จึงจะเป็นเครื่องมือหนึ่งของประเทศไทยในการ “ผลักดันแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยสู่รันเวย์โลก”