วันพุธ, กุมภาพันธ์ 28, 2024
BUSINESS

บ้านปู เผยผลประกอบการปี 2564 แข็งแกร่ง เติบโตก้าวกระโดด กำไรสูงขึ้น 643% เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ พลังงานที่ดีขึ้นเพื่ออนาคต

 

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินธุรกิจพลังงานโดยรวมในปี 2564 สะท้อนให้เห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งความต้องการด้านพลังงานโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกัน บ้านปูสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น การปรับกลยุทธ์เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วทันต่อความเปลี่ยนแปลง และยังเป็นปีที่เราประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในการเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานที่สะอาดขึ้น ด้วยการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ด้านพลังงาน ในประเทศยุทธศาสตร์สำคัญของเราอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ขณะเดียวกัน ด้วยความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ บริษัทฯ ก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนและหุ้นกู้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งทางการเงินมากยิ่งขึ้น พร้อมเสริมอัตราเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่าน (Banpu Transformation) ที่รวดเร็วขึ้นได้

 

นอกจากนี้ ยังมีความเข้มข้นในด้านการพัฒนาความยั่งยืน ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG) อย่างเป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน ESG ให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผลสูงสุด” สำหรับปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับการยอมรับและรางวัลด้านความยั่งยืนจากสถาบันระดับประเทศและระดับโลกมากมาย

 

สำหรับทิศทางนับจากปี 2565 นี้ บ้านปูยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พอร์ตพลังงานที่สะอาดขึ้น และเทคโนโลยีพลังงานที่สอดคล้องกับเทรนด์พลังงานในอนาคตได้รวดเร็วและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยวางแนวทางการดำเนินการในกลุ่มธุรกิจหลักทั้ง 3 กลุ่ม ดังนี้

 

กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน ทางด้านธุรกิจเหมือง จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการการต้นทุนเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนธุรกิจแร่แห่งอนาคต (Strategic  Minerals) เพื่อต่อยอดการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน สำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ให้ความสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นในการใช้งบลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดสูงสุด เมื่อสถานการณ์ราคาก๊าซเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในธุรกิจกลางน้ำและธุรกิจผลิตพลังงานที่สามารถส่งเสริมและต่อยอดธุรกิจต้นน้ำที่มีอยู่ ทั้งนี้ กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากกลุ่มธรุกิจแหล่งพลังงานจะถูกนำไปต่อยอดสร้างการเติบโตของธุรกิจพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชาญฉลาดขึ้น

 

กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของโรงไฟฟ้า รวมทั้งแสวงหาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) สำหรับในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน จะมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดจากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว รวมทั้งให้ความสำคัญกับโครงการโรงไฟฟ้าให้สามารถเปิดดำเนินการได้ตรงตามระยะเวลากำหนด ในขณะเดียวกันก็จะขยายการลงทุนไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง รวมไปถึงภูมิภาคกลยุทธ์ที่บ้านปูมีธุรกิจอยู่ เช่น ในสหรัฐอเมริกา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน มุ่งสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Scale Up) ให้พอร์ตฟอลิโอเทคโนโลยีพลังงาน โดยขยายขอบเขตการให้บริการด้านพลังงานที่มีอยู่ ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ การจัดการพลังงานและของเสีย (Energy and Waste Management) ควบคู่กับการเข้าลงทุนและพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานรูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้นที่การสร้างศักยภาพทางธุรกิจ และรวมทั้งสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลในการสร้างพลังร่วมระหว่างธุรกิจเดิมกับธุรกิจใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต

 

“ทิศทางต่อจากนี้ บ้านปูยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กร (Banpu Transformation) ภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter และการยึดมั่นในหลัก ESG เรามั่นใจว่า ด้วยประสบการณ์และการเรียนรู้จากช่วงเวลาแห่งความท้าทายตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บ้านปูสามารถเพิ่มอัตราเร่งกระบวนการ Digital Transformation ซึ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตฟอลิโอพลังงานที่สะอาดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อการบรรลุเป้าหมาย EBITDA จากธุรกิจพลังงานที่สะอาดและธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานขึ้นมากกว่า 50% และเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้า 6,100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568” นางสมฤดี กล่าวปิดท้าย

 

*หมายเหตุ: คำนวณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ USD 1: THB 31.9771