วันศุกร์, กรกฎาคม 12, 2024
LIFESTYLE

เมโลดี้ความสุขของ ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล

 

คนใกล้ตัวของ‘ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล’ ผู้บริหารหญิงเก่งอันดับต้นของเมืองไทย คงจะรู้ดีว่าภายใต้ภาพลักษณ์สุดสมาร์ท ครบเครื่อง เด็ดขาด คล่องแคล่ว กล้าตัดสินใจ ยังมีมุมของเอ็นเตอร์เทนเนอร์ที่ชื่นชอบการมอบความสุขให้ผู้คนด้วยเสียงเพลง

 

ใครที่ติดตามข่าวงานการกุศลหรือออกงานสังคมบ่อยๆ น่าจะต้องเคยได้ยินเสียงร้องเพลงของเธออย่างแน่นอน เพราะการได้ยืนอยู่บนเวทีและร้องเพลงที่ชอบเธอไม่เรียกว่าสิ่งนี้ว่าเป็นงานอดิเรกแต่คือ “ส่วนหนึ่งของชีวิต”

 

“การร้องเพลงน่าจะเป็น Passion มาตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดนตรี ได้ร้องเพลง มันเหมือนได้ปลดปล่อย มีโอกาสได้ไปเรียนร้องเพลงและที่บ้านมีมุมโปรดคือมุมเปียโน ว่างเมื่อไรก็จะซ้อมร้องเพลง นอกจากนั้นยังเคยได้เรียนร้องเพลงแนวมิวสิคัล แต่ถ้าถามว่าชอบร้องเพลงแนวไหน ร้องได้ทุกแนว ยกเว้นแนวร็อคไม่ค่อยถนัด”

 

ทุกวันนี้ถ้ามีโอกาสเธอยังเติมเต็มส่วนสำคัญของชีวิตด้วยการเดินสายร้องเพลงตามงานการกุศลต่างๆ อย่าง CU Tube Charity Concert คอนเสิร์ตการกุศลจากศิลปินและชาวจุฬาฯ ก็เป็นงานที่ศิษย์เก่าอย่างเธอไม่เคยพลาด

 

เสียงดนตรียังนำพาความสุขไปสู่ของสะสม ไม่ว่าจะเป็นกล่องดนตรีและบัตรคอนเสิร์ต บัตรละครเวที “คงเพราะส่วนตัวชอบดนตรี ชอบร้องเพลง ก็เลยชอบกล่องดนตรีเพราะเสียงมันนุ่ม ละมุนเราจะชอบกล่องดนตรีที่มีขนาดใหญ่หน่อย ราคาก็ค่อนข้างสูง มีไม่เยอะ เลือกซื้อเฉพาะตัวที่ชอบจริงๆ เลือกจากเพลงที่ชื่นชอบก่อนแล้วค่อยดูดีไซน์”

 

นอกจากกล่องดนตรีที่เธอมักจะฟังผ่อนคลายยามว่าง บัตรคอนเสิร์ตและบัตรละครเวทีก็เป็นของสะสมที่ช่วยเรียกคืนความทรงจำได้อย่างดี “เหมือนเราได้กักเก็บความทรงจำเอาไว้ ทุกครั้งที่หยิบมาดูบางทีโมเมนต์ในวันนั้นก็กลับมา แล้วเราจะมีสมุดสำหรับเก็บบัตรเหล่านี้เรียงตามระยะเวลา กลายเป็นไทม์ไลน์ในชีวิตได้อย่างหนึ่ง”

 

ไตรทิพย์บอกด้วยว่า บางทีของสะสมยังทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนความทรงจำและเป็นเครื่องสะท้อนตัวตนที่แท้จริง “บางครั้งการทำงานหรือภาระหน้าที่อื่นๆ อาจทำให้เราหลงลืมว่าชีวิตยังมีอีกด้าน แม้จะรู้มาตลอดว่า Passion ในชีวิตนอกจากการการทำงานให้สำเร็จคือการได้อยู่กับเสียงดนตรี ได้ร้องเพลง แต่ของสะสมเหล่านี้มันช่วยตอกย้ำว่า นี่แหละคือส่วนหนึ่งในตัวตนของเรา”

 

“ส่วนตัวเชื่อว่า การมีงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบเป็นวิธีสร้างบาลานซ์ระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวได้อย่างดี เพราะความสุขจากการได้ทำสิ่งที่รักมันเหมือนได้ชาร์จพลัง สร้างมุมมองใหม่ๆ สุดท้ายแล้วย่อมส่งผลดีกับงานที่ทำไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”