ALLY

ALLY REIT โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 64 รายได้โต 75% เตรียมกลยุทธ์ต้อนรับเทรนด์ “เปิดเมือง”

 

ALLY REIT กองทรัสต์อัลไล โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 2564 ด้วยรายได้รวม 297.81 ล้านบาท เติบโตอยู่ที่ประมาณ 75% จากปีที่แล้ว และกำไร 112.50 ล้านบาท หรือเติบโตอยู่ที่ประมาณเกือบ 7 เท่าจากงวดเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่ออัตราเช่าพื้นที่ แต่โดยรวมครึ่งแรกของปียังเติบโตได้ดี หลังจากในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ได้มีการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมเข้าสู่กองทรัสต์ฯ พร้อมมองครึ่งปีหลัง 2564 แม้ว่าสถานการณ์    โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง แต่เชื่อว่าการปรับตัว เตรียมพร้อมรับเทรนด์ “เปิดเมือง” จะส่งผลให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว

 

นายกวินทร์  เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.อี.รีท แมเนจเมนท์ จำกัด (ในเครือ เคอี กรุ๊ป)  ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์อัลไล (ALLY) เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 นับเป็นไตรมาสที่แสดงถึงความแข็งแรงของกองทรัสต์ฯ  ท่ามกลาง

 

ผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการภาครัฐที่เข้มขึ้นกว่าไตรมาสก่อนในการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ซึ่งกระทบต่อหลายธุรกิจมากและยาวนานขึ้น ส่งผลให้ผู้เช่าพื้นที่ของกองทรัสต์ฯ เปิดทำการได้ประมาณ 72% ของพื้นที่ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามอัตราการเข้ามาที่ศูนย์การค้าฯ ของลูกค้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 104% ของอัตราการเข้ามาในช่วงเวลาปกติก่อนการระบาดของ COVID-19 เนื่องจากศูนย์การค้าของกองทรัสต์ฯ เป็นศูนย์การค้าในรูปแบบเปิด ตั้งอยู่ในชุมชนที่อยู่อาศัย มีหลากหลายประเภท และครอบคลุมทุกลุ่มทุกธุรกิจ

 

สำหรับผลการดำเนินการในอัตราการเช่าพื้น (Occupancy) ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 2.8% มาอยู่ที่ 93.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2563 และอัตราค่าเช่าและบริการ (Rental Rate) เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.4% จากไตรมาสก่อน โดยเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้เช่าพื้นที่ กองทรัสต์ฯ ให้ส่วนลดค่าเช่าและบริการประมาณ 20% โดยเฉลี่ย ทำให้ค่าเช่าและบริการเฉลี่ยสุทธิอยู่ที่ 419 บาทต่อตรม.ในไตรมาสที่ 2 ปี 2564

 

“โดยรวมแล้วผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 อยู่ระดับที่ดีน่าพอใจ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เราได้มีการปรับใช้กลยุทธ์หลักเพื่อรักษาผู้เช่า (Synergy Made Growth) ในระหว่างปี ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงมากนัก และช่วยให้เราสามารถหาผู้เช่ารายใหม่ ๆ ได้เร็ว” นายกวินทร์ กล่าว

 

สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ได้มีแผนการปรับกลยุทธ์ในหลาย ๆ ด้าน  เช่น การร่วมมือกับ Delivery Platform เพื่อเพิ่มรายได้จากช่องทางเสริม การลดค่าใช้จ่ายผ่านการบริหารแบบรวมศูนย์ได้ และการลงทุนปรับปรุง (Renovate) ศูนย์การค้า เพลินนารี่ และ แอม พาร์ค ด้วยงบลงทุนกว่า 15 ล้านบาท โดยคาดว่าจะปรับปรุงเสร็จช่วงปลาย Q3 พร้อมต้อนรับลูกค้าหลังการเปิดเมือง

 

นายกวินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เรามีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องโดยมองภาพใหญ่ในระยะกลางถึงระยะยาว ทำให้เราเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเมืองอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการหาผู้เช่าใหม่ในธุรกิจที่จะได้รับผลบวกจากการเปิดเมือง เช่น ร้านอาหาร คลินิก หรือโรงเรียน ก็ตาม จึงมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังแม้จะมีปัจจัยเสี่ยง แต่ด้วยฐานผู้เช่าที่แข็งแรงและการปรับตัวที่รวดเร็ว น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผลการดำเนินเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

 

ปัจจุบันทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (กองทรัสต์ฯ) บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ประเภทศูนย์การค้าทั้งหมด 11 แห่งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเชียงใหม่ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 146,889 ตรม. และมูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่ประมาณกว่า 12,700 ล้านบาท