เซ็นทรัลพัฒนา ประกาศปักหมุดเปิดศูนย์การค้า เซ็นทรัล อยุธยา” 30 พ.ย. 64 นี้ เดินหน้าบุกเมืองเศรษฐกิจ มั่นใจมาตรการสะอาดปลอดภัยเข้มข้น

 

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย แสดงพลังขับเคลื่อนประเทศ เดินหน้าขยายโครงการใหม่ตามแผน เตรียมเปิดให้บริการศูนย์การค้า “เซ็นทรัล อยุธยา” ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 นี้ ให้ความร่วมมือภาครัฐเต็มที่ในการคุมเข้มมาตรการสะอาดปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยมีความพร้อมในการให้บริการด้วยการที่พนักงานบริการลูกค้าฉีดวัคซีนครบ 100% ในทั้ง 2 ศูนย์การค้าใหม่คือ เซ็นทรัล อยุธยา และเซ็นทรัล ศรีราชา (ซึ่งจะเปิดบริการ 27 ต.ค. 64)

 

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนายังคงเดินหน้าช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติในการฝ่าฟันวิกฤตไปพร้อมกับการขยายโครงการใหม่ๆ เพื่อช่วย Springboard ให้ประเทศฟื้นตัวทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ด้วยจุดแข็งของเราในการบุกเบิกเมืองเศรษฐกิจและทำเลศักยภาพ เรายืนยันเดินหน้าเปิดศูนย์การค้าตามแผน โดยเตรียมเปิดให้บริการ ‘เซ็นทรัล อยุธยา’ ในวันที่ 30 พ.ย. 64 ทั้งนี้ได้ประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ และมีแผนรองรับพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ทางศูนย์การค้าและร้านค้ามีความมั่นใจในการเตรียมความพร้อมด้วยมาตรการความสะอาดปลอดภัยเข้มข้นขั้นสูงสุด รวมถึงดูแลให้พนักงานฉีดวัคซีนครบ 100% ก่อนเปิดให้บริการ โดยเซ็นทรัลพัฒนาเป็นผู้นำในการสร้างโมเดล ‘ศูนย์การค้าปลอดภัย’ ทั้งการริเริ่มแผนแม่บทและการเปิดพื้นที่สนับสนุนการฉีดวัคซีนและกิจกรรมสาธารณสุขต่างๆ ของภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง”

 

ดร.ณัฐกิตติ์กล่าวต่อไปว่า “เซ็นทรัลพัฒนาเป็นผู้นำอสังหาฯ รายใหญ่ การขยายโครงการของเราจะช่วยสร้าง Economic & Tourism Impact ได้อย่างมาก ดังเช่นโครงการเซ็นทรัล อยุธยา ที่รองรับการฟื้นตัวของค้าปลีก ช่วยเหลือผู้ประกอบการในจังหวัด สร้างงาน สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น อีกทั้งเรายังหวังให้เป็นจังหวัดแรกๆ ที่การท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โครงการเซ็นทรัล อยุธยา จะกลายเป็นเดสติเนชั่นและศูนย์กลางของจังหวัดที่เข้าไป Complete Tourism Ecosystem ของอยุธยาทั้งระบบ ด้วยความครบครันในที่เดียวทั้ง Transportation Hub, Tourist Information และ Cultural Space จึงเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นแบบ Short Trip หรือการเที่ยวอยุธยาให้นานขึ้น เที่ยว 2 วัน 1 คืน และเที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน นอกจากนี้เรายังใช้แนวคิด Community at Heart ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน ส่งเสริม Local Wealth ให้ผู้คนได้มีรายได้ เช่น การจับมือกับไกด์ท้องถิ่น และแนวคิดการสร้าง The City Wonder Experience โดยวางแผนจับมือกับภาครัฐ ซึ่งจะเป็นการรวมผู้คนในชุมชน ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ให้มาอยู่ใน Ecosystem เดียวกันและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

 

“ด้านการดูแลพันธมิตรผู้เช่าเราดูแลช่วยเหลือต่อเนื่องรอบด้าน เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นให้คู่ค้ามีความมั่นใจในการลงทุน ด้วยแผนการตลาดและเครื่องมือบนแพลตฟอร์มใหม่ๆ อีกทั้งเซ็นทรัล อยุธยา ยังมีการออกแบบพื้นที่ในฟอร์แมตใหม่ๆ มีความเป็น Day-to-Night Attractions เที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน รวมถึงความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมและมี Must-Visit Instagrammable Landmarks ทั่วทั้งศูนย์ฯ จึงเปิดโอกาสให้คู่ค้าได้ทำโมเดลธุรกิจใหม่ๆ พร้อมทั้งเรายังเน้นการ Co-Creation กับแบรนด์ต่างๆ สร้าง Unique Experience ให้กับอยุธยา และด้วยความแข็งแกร่งของเซ็นทรัลพัฒนาที่มีเครือข่ายเข้าถึงทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่นและคู่ค้ารายใหญ่ การทำ Business Matching ให้ผู้ประกอบการได้มาเจอกันยังถือเป็นความสำเร็จในทุกๆ โครงการที่เราขยายไปอีกด้วย” ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าว

 

เซ็นทรัลพัฒนาเตรียมแผนผลักดันช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับท้องถิ่นของทั้งสองศูนย์การค้าที่กำลังจะเปิดให้บริการ เริ่มที่การส่งเสริมให้อยุธยาเป็นจังหวัดแรกในแผน “เที่ยวจังหวัดใกล้อย่างปลอดภัย” หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายขึ้นในช่วงปลายปี โดย “เซ็นทรัล อยุธยา” จะเป็นจุดหมายปลายทางที่จะช่วยเติมเต็มการท่องเที่ยวของอยุธยาทั้งระบบ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมส่องสปอตไลท์ให้อยุธยาโดดเด่น เป็นเมืองท่องเที่ยว UNESCO World Heritage ที่ทั่วโลกต้องมาเยือน เพื่อรองรับการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวในอนาคต ในขณะที่ “เซ็นทรัล ศรีราชา” จะช่วยส่งเสริมศรีราชาในด้านการขยายตัวด้านเศรษฐกิจและการเป็นศูนย์กลางของ EEC และ New S Curve ในอนาคต พร้อมมอบประสบการณ์ล้ำอย่างลงตัวในบรรยากาศแบบ Semi-Outdoor ใกล้ชิดธรรมชาติ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้ศรีราชา