เซ็นทรัลพัฒนาอัดงบการตลาด 400 ล้านบาทตลอดไตรมาส 4 เปิดแคมเปญ “Forwarding Happiness 2022” รับแผนเปิดประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยว

 

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย ประกาศเป็นหัวเรือใหญ่ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4 เตรียมทุ่มงบการตลาดกว่า 400 ล้านบาท กระตุ้น Tourism Ecosystem ทั้งระบบ พร้อมเปิดแคมเปญส่งท้ายปี “Forwarding Happiness 2022” ชูกลยุทธ์ “Destination Plus+” เนรมิต The Best Thailand’s Happiness Landmark ย้ำความแข็งแกร่งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่สิ้นปีนี้จะมีถึง 35 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อส่งต่อพลังความสุขแทนคำขอบคุณในโอกาสที่เซ็นทรัลพัฒนาอยู่เคียงข้างสังคมไทยมากว่า 40 ปี โดยจับมือร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตซิตี้, บัตรเครดิตธนาคารออมสิน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า, บัตรเครดิตเคทีซี, บัตรเครดิตไทยพาณิชย์, บัตรเครดิตทีทีบี, บัตรเครดิตทีเอ็มบีและบัตรเครดิตธนชาต, กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค ผู้ให้บริการ แอปดอลฟิน, บริษัท เดอะวันเซ็นทรัล จำกัด และนิ่ม เอ็กซ์เพรส ทั้งนี้คาดว่าจะมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นกว่า 30% และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศในช่วงปลายปี

 

เนรมิตศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศเป็น The Best Thailand’s Happiness Landmark กับเทศกาลแสงไฟและสีสันแห่งความสุข ช่วยสร้าง Positive Energy ด้วย Emoticon และคำที่มีความหมายให้กำลังใจคนไทย ครั้งแรกช้อปที่ร้านค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัลรับคะแนนสะสม  The 1 และสามารถแลกรับเป็นส่วนลดที่หน้าร้านได้ทันทีตลอดทั้งแคมเปญจาก 150 แบรนด์ดัง มากกว่า 900 outlets ร่วมด้วยเทศกาลของขวัญนับล้านชิ้นใน “Gift Market” พร้อมพบกับงานเคาท์ดาวน์รูปแบบใหม่และอีกกว่า 100 อีเว้นต์ส่งท้ายปี เช่น งาน Dream Vacations & Travel Fair 2021 @ Central World เป็นต้น

 

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา เผยว่า “ประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็น Purposeful Destination หรือจุดหมายปลายทางที่มีความหมายที่สุดที่น่ามาเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปี โดยเซ็นทรัลพัฒนามีความพร้อมในการส่งเสริมและตอกย้ำไทยเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก ด้วยความแข็งแกร่งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ โดยเราจับเทรนด์ทั่วโลกในช่วงสิ้นปีนี้ คือ ‘Shop & Travel with Purpose’ คือการช้อป-เที่ยว ช่วยชาติอย่างมีความหมาย ให้ทุกการจับจ่ายมีส่วนช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชน พร้อมรณรงค์ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ตอบรับวิถีชีวิตใหม่ แบบ Next Normal อีกทั้งตลอดไตรมาส 4 ปีนี้ได้เตรียมทุ่มงบการตลาดกว่า 400 ล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านแคมเปญ Forwarding Happiness 2022 เพื่อตอบรับแผนเปิดประเทศ รองรับทัวริสต์ไทยและต่างชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ เศรษฐกิจชุมชน (Local Economy) ให้แข็งแกร่ง พร้อมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น (Local Essence) สะท้อนถึงความใส่ใจในชุมชน เรายังจัดงานต่างๆเพื่อสร้าง Tourism Ecosystem ที่จะช่วยเดินหน้าเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งงานท่องเที่ยวร่วมกับ ททท., สายการบินและโรงแรมชั้นนำ และ ตลาดสินค้าท้องถิ่น เชื่อมั่นภาพรวมการท่องเที่ยวไทยและภาคค้าปลีกไทยจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาสนี้”

 

ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า “ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชูความแข็งแกร่งในการมี 35 สาขาครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศในสิ้นปีนี้ จึงได้ใช้กลยุทธ์ ‘Destination Plus+” เสริมความครบครัน มุ่งเน้นการเติมเต็มประสบการณ์ ได้แก่

 

Destination + Experience & Happiness Moment ผ่านการสร้าง Customer Experience ที่เชื่อมโยงทั้ง Shop & Travel Ecosystem ให้เกิดขึ้น ภายใต้แนวคิด Art Heal & Music Heal ที่ใช้ศิลปะและเสียงดนตรีอันเป็นภาษาสากลเพื่อสร้างความสุข พร้อมเนรมิตศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศให้เป็น The Best Thailand’s Happiness Landmark เทศกาลแสงไฟและสีสันแห่งความสุข (Sparkling Light of Happiness) ช่วยสร้าง Positive Energy ด้วยEmoticon และคำที่มีความหมายให้กำลังใจคนไทย ด้วยไฮไลท์ อาทิ

 

เซ็นทรัลเวิลด์ พบกับต้นคริสต์มาสสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เซ็นทรัล เชียงราย พบกับต้นคริสต์มาสต้นแรกและต้นเดียวในประเทศไทยที่ออกแบบและผลิตโดยดอยตุง สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของชุมชน

เซ็นทรัล อยุธยา ต้นคริสต์มาสที่นำคอนเซ็ปต์จากดอกยี่สุ่นซึ่งเป็นดอกไม้ที่ปลูกทุกเรือนชานในสมัยอยุธยา

เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ เนรมิตรลานไอซ์สเก็ตล้อมต้นคริสมาสยักษ์

 

สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างและสนุกสนานมากขึ้นด้วย Line Sticker ให้ทุกคนได้ดาวน์โหลดเพื่อส่งต่อความสุขให้กัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม CSR ร่วมกับนิ่ม เอ็กซ์เพรส ที่เปิดโอกาสดีๆ ให้ลูกค้าสามารถส่งต่อความสุข เป็นกำลังใจ ด้วยการซื้อของขวัญในงาน Gift Market เพื่อส่งต่อของขวัญนั้นให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดอีกด้วย

 

Destination + Safety Standard เรายังคงเข้มงวดด้วยมาตรการ เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าตลอดการมาใช้บริการที่ศูนย์การค้า พร้อมด้วยนวัตกรรม ‘SMART & HEALTHY BUILDING’ อัพเกรดระบบปรับอากาศและกรองอากาศที่กำลัง roll out ครอบคลุมทุกสาขา

 

Destination + Local Economic Booster สร้างรายได้ส่งต่อให้ชุมชนด้วยการตกแต่งต้นคริสต์มาสที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน ร่วมด้วยการจัดตลาดของขวัญที่นำสินค้าชุมชนมาร่วมจำหน่าย”

 

นอกจากนี้ ดร. ณัฐกิตติ์ยังได้แสดงวิสัยทัศน์เพิ่มเติมถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการท่องเที่ยวที่มีองค์ประกอบครบถ้วน หรือ 6 Attributes of Tourism Destination ได้แก่ 1) Attraction ที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม 2) Activities ประเพณีและเทศกาลครบทุกภาค 3) Amenities ความสะดวกครบครันที่ช่วยส่งเสริม Tourism Ecosystem ทั้งศูนย์การค้า-ห้างสรรพสินค้า-ลักชูรี่ เอาท์เล็ต-โรงแรมและธุรกิจด้านอาหาร 4) Available Packages โปรโมชั่นท่องเที่ยวและช้อปปิ้งที่ดึงดูดใจทั่วประเทศ 5) Accessibility การเข้าถึงที่สะดวกสบายทั้งเส้นทางการท่องเที่ยว สายการบิน บริการรถโดยสารสาธารณะและเอกชน และ 6) Ancillary Services บริการเสริมอื่นๆ อาทิ ธนาคาร, จุดแลกเปลี่ยนเงินตรา, บริการพัสดุและไปรษณีย์ และเครือข่ายโทรคมนาคมที่ครอบคลุม

 

ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ Head of Commercialization บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแคมเปญ “Forwarding Happiness 2022” แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่ม Wealth & High Spenders ที่มีกำลังซื้อสูง และมีพฤติกรรมชอบสินค้าและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร อาจจะเลือกสินค้ามาแล้วจากออนไลน์ แต่ต้องมาทดลองจริงและซื้อที่หน้าร้านเท่านั้น นอกจากนี้ เราได้ออกแบบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วม แคมเปญ CENTRALPATTANA VIP PROGRAM เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น จะได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่

 

พิเศษที่ 1 รับ Cash Voucher มูลค่า 10,000 บาท เมื่อใช้จ่ายครบ 300,000 บาท หรือรับ Cash Voucher มูลค่า 1,000 บาท เมื่อใช้จ่ายครบ 50,000 บาท เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

 

พิเศษที่ 2 รับสิทธิ์เป็นสมาชิก The 1 Exclusive เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมครบ 300,000 บาท  ภายใน 31 ธ.ค. 64 เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

 

พิเศษที่ 3 Top Spender รับแพ็กเกจ Yacht Trip พร้อมห้องพักโรงแรม Hilton Pattaya 2 คืน มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดในแต่ละสาขา และมียอดใช้จ่ายสะสมครบ 500,000 ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 64 เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ”

 

โปรโมชั่นสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป ลูกค้าสามารถสะสมและแลกคะแนน The 1 รับคะแนนหรือส่วนลดที่หน้าร้านได้ทันทีกับร้านค้าที่ร่วมรายการ และ คุ้มเพิ่ม! แลกคะแนนรับส่วนลดบน The 1 Application แลกคะแนน 300 ลด 300 ในหมวดร้านค้าแฟชั่น แลกคะแนน 100 ลด 100 ในหมวดร้านอาหาร พิเศษสมาชิก The 1 Exclusive แลก 500 ลด 1,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขกับร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับโปรโมชั่นสำหรับผู้ถือบัตรจากพันธมิตรที่ร่วมรายการ อาทิ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด (Cashback) 25%* โดยลูกค้าสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ ณ จุดแลกของสมนาคุณของศูนย์การค้า เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ หรือธนาคารผู้ออกบัตรกำหนด

 

สำหรับกลุ่มนักช้อปต่างชาติ ในสาขา Tourist Destination ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล วิลเลจ, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล มารีน่า พัทยา, เซ็นทรัล สมุย และเซ็นทรัล ภูเก็ต รับสิทธิประโยชน์จากสถาบันการเงินและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้แก่ VISA, ALIPAY, JCB, Master Card และ UnionPay รวมถึงสายการบินชั้นนำ อาทิ Etihad & Cathay Pacific และเมื่อสมัคร The 1 Tourist Card รับฟรี ทันที กระเป๋าผ้าจาก NARAYA

 

ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า “เนื่องด้วยปีนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เซ็นทรัลพัฒนาอยู่เคียงข้างคนไทยมายาวนานกว่า 40 ปี เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อีกทั้งยังได้ส่งต่อคุณค่าและความเชื่อในเรื่องของ Community at Heart เข้ามาในแคมเปญนี้อีกด้วย โดยมีการต่อยอดศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจ ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่างๆ โดยปีนี้ เรามีตลาด Gift Market ที่นำสินค้าชุมชนที่มีดีไซน์มาร่วมจำหน่ายเป็นของขวัญในสาขาต่างๆ และมีไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ ต้นคริสต์มาสสีสันแห่งดอยตุง DOITUNG x CENTRAL CHIANGRAI Christmas Tree ต้นแรกและต้นเดียวในประเทศไทยในชื่อ ต้นหมอกพันวา สูงกว่า 14 เมตร ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติมีความยาว 1,000 เมตร และ Craft Ornament จากของดอยตุงทั้งหมด เช่น ไม้ไผ่ เถาสน ผีเสื้อสาน ไหมย้อมสี โดยมีการใช้สีสัน ถ่ายทอดจากวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายอัตลักษณ์แห่งชาติพันธุ์ของเชียงราย นอกจากนี้ ยังมีจัดงานในชื่อชุด Chiangrai Dancing Flower x Chiangrai Youth Orchestra ในธีม The Harmony & Melody ดนตรี ดอกไม้ วัฒนธรรมแห่งเชียงรายอีกด้วย”

 

แคมเปญ “Forwarding Happiness 2022” จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 12 พ.ย. 64  ถึง 6 ม.ค. 65 ร่วมส่งต่อพลังความสุข ก้าวไปด้วยกัน เพราะเราเชื่อว่า ความสุข..ขับเคลื่อนให้ทุกชีวิตยังคงก้าวเดินต่อไป ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเปิดศูนย์การค้าใหม่ ตามแผนงาน ได้แก่ เซ็นทรัล ศรีราชา ซึ่งเปิดให้บริการแล้วในวันที่ 27 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา และ เซ็นทรัล อยุธยา ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 30 พ.ย. 64 นี้ เพื่อช่วยเดินหน้าเศรษฐกิจและประเทศไทย