วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 23, 2024
BUSINESS

TKN เสริมแกร่งความร่วมมือ MAJOR รุกเพิ่มศักยภาพการบริหารงาน ต่อยอดพัฒนาสินค้า ขยายการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

 

บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN ตอกย้ำศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง สร้างการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนหลังกลุ่ม MAJOR เข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มอีก 27.6 ล้านหุ้น คิดเป็น 2% เตรียมหารือทำ Synergy นำความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัท หนุนสร้างการเติบโตในอนาคต

 

นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสาหร่ายทะเลแปรรูปทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในปีนี้ของ TKN มั่นใจว่าจะผลักดันการเติบโตที่ดี โดยจะคงมุ่งรักษาความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สาหร่ายทะเลแปรรูปภายใต้แบรนด์ ‘เถ้าแก่น้อย’ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับความสามารถด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนการเติบโตของการดำเนินงานและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ทำให้ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (MAJOR) ได้เพิ่มการลงทุนเข้าซื้อหุ้น TKN เพิ่มอีกจำนวน 27.6 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 2% ซึ่งรวมกับหุ้นเดิมส่งผลทำให้ MAJOR เข้าถือหุ้นในบริษัทฯ 7% ซึ่งการเข้าลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TKN  คือ กลุ่มพีระเดชาพันธ์ ยังถือครองหุ้นมากกว่า 50 % และไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการและนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใด

 

สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าถือหุ้นดังกล่าว นับว่าต่างก็ได้รับประโยชน์ทั้งคู่ ถือเป็นการสร้างการเติบโตของธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ช่วยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าของทั้งสองบริษัทฯ ออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ที่ TKN มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งอยู่ในจีนและสหรัฐอเมริกา

 

“เราได้มีการพูดคุยตั้งแต่ที่ MAJOR ได้เข้ามาลงทุนในช่วงแรก ซึ่งมองว่าอาจมีการ Synergy ร่วมกันเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง เพราะด้วยศักยภาพ และความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัทฯ ที่จะมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน อีกทั้งการที่ MAJOR มี Media Marketing ที่หลากหลาย และเข้มแข็ง จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดของบริษัทฯ มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยสร้างการเติบโตได้อย่างแน่นอน” นายอิทธิพัทธ์ กล่าว